ผ้าที่ใส่แล้วเย็น เลือกอย่างไรให้ระบายอากาศดี ท้าแดดเมืองไทย

ในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวเกือบตลอดทั้งปีของเมืองไทย การแต่งตัวให้ดูเนี้ยบพร้อมความมั่นใจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเหงื่อและความร้อนมักเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ชุดโปร่งแสงหรือดูเสียทรง ดังนั้นการเลือกผ้าที่ใส่แล้วเย็นจึงเป็นเคล็ดลับที่ช่วยให้คุณยังคงลุคสมาร์ทได้โดยไม่ต้องทนร้อน ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องความสบายตัวแล้ว การเลือกเนื้อผ้าที่ถูกต้องยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดูภูมิฐานและไม่เหนอะหนะตลอดการทำงานหรือออกงานสำคัญ
Key Takeaways
- คุณสมบัติหลักของผ้าที่ใส่แล้วเย็นคือ Breathability หรือการปล่อยให้อากาศไหลผ่านได้ดี ไม่กักเก็บความร้อน และช่วยให้เหงื่อระเหยไว ไม่เหนอะหนะผิว
- ผ้าลินิน (Linen) และผ้าฝ้าย (Cotton) เป็นตัวเลือกผ้าที่ใส่แล้วเย็นอันดับหนึ่งเพราะมีรูพรุนสูงตามธรรมชาติ ช่วยลดอุณหภูมิร่างกายขณะสวมใส่ได้ดีเยี่ยม
- นอกจากชนิดเส้นใยแล้ว เทคนิคการทอที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างผิวสัมผัส เช่น ผ้าซีร์ซักเกอร์ (Seersucker) หรือผ้าตาข่าย (Mesh) จะช่วยให้ลมโกรกและใส่สบายขึ้น
ผ้าที่ใส่แล้วเย็นมีลักษณะอย่างไร?

ผ้าที่ใส่แล้วเย็น คือผ้าที่คุณสมบัติเรื่อง Breathability หรือการระบายอากาศ ผ้าที่ดีควรให้อากาศไหลผ่านได้ ไม่อับ ไม่กักความร้อน และสามารถระบายความชื้นออกจากร่างกายได้เร็ว เพื่อไม่ให้เหงื่อค้างอยู่บนผิว
ผ้าที่ใส่แล้วเย็นบางชนิดจะให้ความรู้สึกเย็นทันทีที่แตะผิว หรือที่เรียกว่า Cool Touch ซึ่งมักจะเป็นผ้าที่มีผิวลื่นเล็กน้อย ทำให้หลายคนเข้าใจว่าผ้าลื่นคือผ้าเย็น แต่จริง ๆ แล้ว ผ้าผิวลื่นมีหลายแบบ ตั้งแต่ซาตินไปจนถึงโพลีเอสเตอร์บางชนิด สิ่งที่ควรดูและโฟกัสมากกว่าความลื่นคือ “น้ำหนัก” และ “ความโปร่ง” ของเนื้อผ้า
10 เนื้อผ้าที่ใส่แล้วเย็น พร้อมเทคนิคเลือกใส่ให้ดูดี

การเลือกเนื้อผ้าให้เหมาะกับแดดเมืองไทยไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ารู้จักบุคลิกของผ้าแต่ละชนิด มาดูกันว่ามีผ้าชนิดไหนบ้างที่ใส่แล้วเย็น ใส่แล้วรอด
1. ผ้าลินิน (Linen)
ลินินคือราชาแห่งผ้าหน้าร้อน ด้วยเส้นใยธรรมชาติที่มีรูพรุนสูง ทำให้ระบายอากาศได้ดีเยี่ยมที่สุด แม้จะยับง่ายไปนิดแต่นั่นก็คือเสน่ห์ที่หาได้เฉพาะในผ้าลินิน
2. ผ้าเรยอน (Rayon)
ผ้าเรยอน (Rayon) คือผ้าที่มีเส้นใยที่บางเบา ผิวสัมผัสมีความคล้ายไหม ทิ้งตัวสวย และไม่เก็บความร้อน เหมาะมากสำหรับเสื้อเชิ้ตใส่ไปทะเล
3. ผ้าฝ้ายซีร์ซักเกอร์ (Seersucker)
ผ้าฝ้ายซีร์ซักเกอร์ (Seersucker) มีจุดเด่นคือผิวสัมผัสที่เป็นลอนคลื่น (Puckered texture) ซึ่งช่วยให้เนื้อผ้าไม่แนบสนิทไปกับผิวหนัง ทำให้มีช่องว่างให้ลมผ่านตลอดเวลา
4. ผ้าซาติน (Satin)
เนื้อผ้าซาตินมักถูกนำมาใช้ทำซับในสูทสำเร็จรูปหรือเสื้อผ้าผู้หญิง เพราะความเงางามและสัมผัสที่เย็นผิว เป็นผ้าลื่น ๆ ที่ช่วยให้การสวมใส่ดูหรูหราขึ้นทันที
5. ผ้าป็อปปลิน (Poplin)
ผ้าป็อปปลิน (Poplin) เป็นผ้าคอตตอนประเภทหนึ่งที่มีการทอแน่นแต่ใช้ด้ายเส้นเล็ก ทำให้ได้เนื้อผ้าที่เรียบเนียน บางเบา และระบายอากาศได้ดีมาก
6. ผ้าตาข่าย (Mesh Fabric)
ผ้าตาข่าย (Mesh Fabric) มักจะเห็นในชุดกีฬาหรือซับในของเสื้อแจ็คเก็ตชาย เสื้อคลุมรูระบายอากาศขนาดเล็กช่วยให้ระบายเหงื่อได้ไวสุดๆ
7. ผ้าฝ้ายมาดราส (Madras)
ผ้าฝ้ายมาดราส (Madras) คือผ้าฝ้ายลายสก็อตน้ำหนักเบาจากอินเดีย เป็นไอเทมที่สาย Preppy ต้องมี เพราะเน้นความเบาสบายระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม
8. ผ้าแชมเบรย์ (Chambray)
ถ้าคุณชอบลุคยีนส์แต่สู้ความหนาไม่ไหว ผ้าแชมเบรย์คือทางออก หน้าตามีความคล้ายเดนิมแต่บางกว่าและระบายอากาศได้ดีกว่ามาก
9. ผ้าโพลีเอสเตอร์แบบเย็น (Cooling Polyester)
นวัตกรรมสมัยใหม่ที่ทำให้โพลีเอสเตอร์ไม่ได้ร้อนอย่างที่คิด มีการปรับโครงสร้างเส้นใยให้ระบายความชื้นได้ไว เหมาะสำหรับทำชุดลำลอง
10. ผ้าผสมชนิดพิเศษ (Mix-Tech)
เดี๋ยวนี้มีการผสมเส้นใย เช่น ผ้าคอมทวิว คือผ้าที่ผสมระหว่างคอตตอนและโพลีเอสเตอร์ เป็นผ้าที่มีลักษณะการทอแบบตะกร้าซึ่งช่วยให้ระบายอากาศได้ดี หรือแม้แต่ผ้าโรเชฟ คือผ้าที่มีความยืดหยุ่นสูงและผิวสัมผัสเรียบเนียน เหมาะกับการนำมาทำกางเกงที่ใส่สบายตลอดวัน
เลือกซื้อผ้าที่ใส่แล้วเย็น ให้คุ้มค่าและดูดีที่สุด
การเลือกผ้าที่ใส่แล้วเย็นไม่เพียงแต่ช่วยให้เราสบายตัว แต่ยังส่งผลต่อบุคลิกภาพที่ดูเนี้ยบและมั่นใจตลอดวัน ไม่ว่าคุณจะมองหาเสื้อเชิ้ตผู้ชายหรือเบลเซอร์ตัวเก่ง การเข้าใจคุณสมบัติของผ้าให้ดีก่อนจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น
ที่ SUITCUBE เราเข้าใจดีว่าอากาศบ้านเรามันโหดร้ายแค่ไหน เราจึงมีสาขาครอบคลุมมากที่สุดในประเทศ สามารถเข้าไปลองสัมผัสเนื้อผ้าจริงและวัดตัวที่สาขาสะดวกจังหวัดไหนก็ได้ และรับชุดที่สาขาจังหวัดไหนก็ได้ โดยเรายังมีบริการปรับแก้ไซซ์สูทสำเร็จรูปให้เป๊ะตามรูปร่างคุณ ใน ราคาสมเหตุสมผลที่สุด นึกถึงสูท ต้อง SUITCUBE
ติดต่อสอบถาม หรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่
- Facebook: https://www.facebook.com/suitcube/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผ้าที่ใส่แล้วเย็น
ผ้าเย็นต่างจากผ้าทั่วไปอย่างไร?
ผ้าเย็นมักจะมีโครงสร้างการทอที่โปร่งกว่า หรือมีเส้นใยที่นำความร้อนออกได้ดีกว่าผ้าทั่วไป ทำให้เมื่อสวมใส่แล้วอุณหภูมิร่างกายจะลดลงเร็วกว่าผ้าที่ทอแน่นหนา
ใส่ผ้าเย็นแล้วช่วยลดเหงื่อได้ไหม?
ผ้าเย็นไม่ได้ “หยุด” การผลิตเหงื่อของร่างกายครับ แต่ช่วยให้เหงื่อที่ออกมา “ระเหย” ไปได้เร็วขึ้น ทำให้เรารู้สึกแห้งสบายตัวและไม่เหนอะหนะเหมือนใส่ผ้าหนาๆ
ควรเลือกผ้าใส่แล้วเย็นอย่างไรดี?
แนะนำให้ดูที่ป้าย Tag เป็นหลัก มองหาผ้าที่มีส่วนผสมของใยธรรมชาติสูงๆ หรือนวัตกรรมผ้า Cool touch และอย่าลืมดูวิธีซักสูทหรือการดูแลรักษาที่ถูกต้องเพื่อรักษาคุณสมบัติของเส้นใยให้ยาวนานที่สุด